SIAMEXOTICA.COM Slogan slogan slogan
Simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simple simle
***Note: Right click here. And select for Edit header image ***
Search

Main Menu
Counter
 สถิติวันนี้ 254 คน
 สถิติเมื่อวาน 681 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4934 คน
145087 คน
825806 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-12

Link
My marquee text
Welcome to Website .........
 

Orchid of Thailand

Genus: Adenoncos

Home<< Site Map << How to Orchid << Genus << Adenoncos
              

 

Adenoncos

    สกุล แอดีนอนคอส หรือ อะเดนอนคอส ตั้งชื่อเมื่อปี ค.ศ.1825 โดย Carl Ludwig von Blume ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก 2 คำ คือ คำว่า aden แปลว่า ต่อม แลพคำว่า onkos แปลว่า รวม หมายถึง ต่อมขนาดใหญ่ที่อยู่กลางกลีบปาก  มักเรียกสกุลนี้ว่า "เอื้องหอมใต้"

ลักษณะโดยทั่วไป

    เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยขนาดจิ๋วจนถึงขนาดเล็ก เจริญเติบโตทางปลายยอด ลำต้นรูปทรงกระบอกและแข็ง ใบมีขนาดเล็กเรียงสลับ ใบอ่อนพับตามแนวยาว ใบมีอายุหลายฤดูก่อนหลุดร่วงที่ข้อต่อ ช่อดอกแบบช่อกระจะออกที่ข้อข้างลำต้น ช่อสั้นกว่าใบ ดอกขนาดเล็กสีเขียว สีเขียวอมเหลือง จนถึงสีเขียวอมส้ม กลีบเลี้ยงและกลีบดอกแยกอิสระ กลีบปากมีต่อมนูนขนาดใหญ่และเด่นชัด

    เส้าเกสรค่อนข้างสั้น  ไม่มีเดือยดอก กรุมเรณูมี 4 กลุ่ม มีก้านและแป้นก้านกลุ่มเรณู

   การกระจายพันธุ์ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีประมาณ 15 ชนิด  ในประเทศไทยพบ 4 ชนิด กระจายพันธุ์ทางภาคตะวันออก  ภาคตะวันตก และภาคใต้

 

  

 

Aerides  sumatrana  J.J.Sm.
 ชื่อพ้อง  : 
 ชื่อไทย  :  เอื้องหอมสุมาตรา
    พบครั้งแรกบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ในปี ค.ศ.1909 และตั้งชื่อพฤกษศาสตร์ว่า "A. summstrana" โดยตั้งชื่อตามถิ่นที่พบเป็นครั้งแรก

 ลักษณะ  : เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้นขนาดเล็กตั้งขึ้นหรือทอดเอียง ใบรูปแถบมีหลายใบ ขนาด 0.5 x 2-3 ซม. แผ่นใบหนา ปลายแหลม ช่อดอกสั้น แต่ละช่อมีดอกเล็กหลายดอก ทยอนบาน 2-3 ดอก ขนาดดอก 0.5 ซม. สีเขียว กลีบเลี้ยงรูปขอบขนานปลายกลีบแหลม กลีบดอกรูปรี ปลายกลีบแหลม กลีบปากรูปรีแผ่กว้างจนเกือบกลม อวบหนา ปลายกลีบแหลมและโค้งลง กลางกลีบมีเนื้อเยื่อนูน

การกระจายพันธุ์  : ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ประเทศไทยพบที่ : นครศรีธรรมราช พังงา ตรัง พัทลุง ยะลา นราธิวาส
ลักษณะถิ่นอาศัย  :  พบในป่าดิบชื้นทั้งในที่โล่งแจ้ง แสงแดดจัด และที่ร่มรำไร ไม่นิยมปลูกเลี้ยงตามบ้านเรือน แต่มีปลูกเลี้ยงในกลุ่มผู้นิยมกล้วยไม้พันธุ์แท้  สามารถพบเห็นได้ในธรรมชาติได้บ่อย  แต่จำนวนเริ่มลดน้อยลง
ฤดูออกดอก  : ฤดูร้อน เดือน มี.ค. - เม.ย. ดอกไม่มีกลิ่นหอม ช่วงออกดอกจะไม่ผลัดใบ

 

  

       

 

Aerides major  Ridl.
 ชื่อพ้อง  : 
 ชื่อไทย  :  เอื้องหอมธรรมดา
   ในปี ค.ศ.1896 นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ตั้งชื่อพฤกษศาสตร์ว่า "A. major" ชื่อระบถชนิดเป็นภาษาละติน แปลว่า ส่วนที่มีขนาดใหญ่

 ลักษณะ  : เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้นค่อนข้างยาวและห้อยลง ใบรูปแถบมีหลายใบ ขนาด 1x5-6 ซม. แผ่นใบหนาปลายแหลม ช่อดอกสั้นมากและมีหลายช่อ แต่ละช่อมีดอกขนาดเล็กจำนวนมาก ทยอนบาน 2-3ดอก ดอกขนาด 0.6 ซม. ดอกสีเขียว กลีบดอกทุกกลีบอวบหนา กลีบเลี้ยงรูปไข่ปลายกลีบแหลม กลีบดอกรูปแถบปลายกลีบแหลม กลีบปากอวบหนา รูปไข่กลับปลายเรียวแหลม งุ้มงอเป็นอุ้งตื้นๆ ปลายกลีบด้านล่างเป็นติ่งเล็กๆ ปรากฎเด่นชัด กลางกลีบมีเนื้อเยื่อนูนสีขาว

การกระจายพันธุ์  : ไทย มาเลเซีย
ประเทศไทยพบที่ : ชุมพร สุราษฎร์ธานี สตูล ตรัง นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ยะลา
ลักษณะถิ่นอาศัย  :  พบในป่าดิบชื้น ทั้งในที่โล่งแจ้งแสงแดดจัดและที่ร่มรำไร  ไม่นิยมปลูกเลี้ยงตามบ้านเรือน แต่มีปลูกเลี้ยงในกลุ่มผู้นิยมกล้วยไม้พันธุ์แท้  สามารถพบเห็นได้ในธรรมชาติได้บ่อย  แต่จำนวนเริ่มลดน้อยลง
ฤดูออกดอก  : ฤดูร้อน เดือน มี.ค. - เม.ย. ดอกไม่มีกลิ่นหอม ช่วงออกดอกจะไม่ผลัดใบ

Aerides  vesiculosa Carr.
 ชื่อพ้อง  : 
 ชื่อไทย  :  เอื้องหอมแคระ
    พบครั้งแรกในประเทศมาเลเซีย ในปี ค.ศ.1928 และตั้งชื่อพฤกษศาสตร์ว่า "A. vesiculosa"  มาจากภาษาละตินว่า vasicula แปลว่า เล็กและกว้าง

ลักษณะ  : เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ลำต้นขนาดเล็กตั้งตรง ใบรูปแถบอวบและหนามาก ขนาด 1 x 0.2 - 0.3 ซม. มีหลายใบปลายแหลม ช่อดอกสั้นมากมีหลายช่อ แต่ละช่อมีดอกขนาดเล็กจิ๋วหลายดอก ทยอนบาน 1-2 ดอก ดอกขนาด 0.2 ซม. สีเขียวอมเหลือง กลีบเลี้ยงรูปรี ปลายกลีบแหลม กลีบดอกรูปแถบ ปลายกลีบแหลม กลีบปากรูปรีกว้างและเป็นอุ้มตื้นๆ ปลายกลีบเป็นติ่งเล็กๆ กลางกลีบมีเนื้อเยื่อนูนสีเหลืองปรากฎเด่นชัด

การกระจายพันธุ์  :  ไทย เวียดนาม มาเลเซีย
ประเทศไทยพบที่ : ตราด ราชบุรี ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
ลักษณะถิ่นอาศัย  : พบในป่าดิบเขาในที่โล่งแจ้ง แสงแดดจัด ที่ความสูง 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล   ไม่นิยมปลูกเลี้ยงตามบ้านเรือน แต่มีปลูกเลี้ยงในกลุ่มผู้นิยมกล้วยไม้พันธุ์แท้  สามารถพบเห็นได้ในธรรมชาติได้น้อยมาก และจำนวนลดน้อยลง
ฤดูออกดอก  :  ฤดูฝน เดือน ก.ย. - ต.ค. ดอกไม่มีกลิ่นหอม ช่วงออกดอกจะไม่ผลัดใบ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือกล้วยไม้เมืองไทย

 

 

 

Abdominea |Acanthephippium| Acampe | Acriopsis | Aerides | Adenoncos | AgrostrophyllumAroectochilus | Anoectochilus | Aphyllorchis | Appendicula | Arachnis
Arundina | Ascocentrum | Biermannia | Bulbophyllum | Brachycorythis | Calanthe | Cephalanthera | Cheirostylis | Chiloschista | Chrysoglossum
Cleisostoma | Coelogyne | Corymborkis | Cryptostylis | Cymbidium | Cyrtosia  | Dendrobium | Dienia| Doritis | Drymoda| Epipogium |Epigeneium
Eria |
Eriodes | Eulophia | Flickingeria | Galeola | Gastrochilus | Gastrodia | Geodorum | Goodyera | Grammatophyllum | Grosourdya | Habenaria
Herminium | Herpysma| Hetaeria | Holcoglossum | Hygrochilus | Ione | kingidium | Lecanorchis | Liparis | Ludisia | Luisia | Malaxis | Macropodanthus 
Micropera | Macropodanthus | Micropera | Microsaccus | Monomeria | Neogyna | Nervilia | Neuwiedia | Oberonia | Odontochilus | Ornithochilus 
Otochilus | Oxystophyllum| Pachystoma | Panisea | Panisia | Paphiopedilum | Papilionanathe | Pecteilis | Pennilabium | Peristylus | Phalaenopsis
Phaius | Pholidota | Pleione| Podochilus | Polystachya | Porpax | Renanthera | Rhomboda | Rhynchogyna | Rhynchostylis | Rhytionanthos
  
Robiquetia | Saccolobiopsis | Sarcoglyphis | Schoenorchis | Seidenfadenia | Smitinandia | Spathoglottis | Staurochilus | Sunipia | Taeniophyllum
  
Tainia | Thelasis | Thrixspermum | Thunia | Trias | Trichoglottis | Trichotosia | Uncifera | Vanda | Vandopsis |
Vanilla | Vrydagzynea | Zeuxine 


More


Copyright (c) 2006 by Siam Exotica Plants