Siam Exotica Plants

                                                                              

 

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) รู้จักกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) มาดูภายในหม้อข้าวหม้อแกงลิง(In Pitcher of Nepenthes) ปัจจัยการเจริญเติบโตของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(How to Grow of Nepenthes) ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง สายพันธุ์แท้ (Nepenthes Species)

การขยายพันธุ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง การปักชำ(Cutting) การเพาะเมล็ด(Seeding)  การผสมเกสร     การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ(Tissue Culture) การการปลูกหม้อแบบล้างราก ข้อผิดผลาดจากการเลี้ยงหม้อ

ปัจจัยการเจริญเติบโต

ของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิ

        ปัจจัยหรือสภาพแวดล้อมอย่างไร จึงจะเหมาะสำหรับการเลี้ยงต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง
น้ำ ความชื้น แสงแดด อุณหภูมิ วัสดุปลูก

   

Image Hosted by ImageShack.us

น้ำ (Water)

                น้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของพืชทุกชนิดไม่เฉพาะกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ตามธรรมชาติแล้วต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงหลายสายพันธุ์มักขึ้นในสถานที่ชื้นแฉะหรือใกล้ๆ แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งที่เราพบเห็นนั้นจะมีรากบางส่วนแช่น้ำอยู่และบางส่วนซุกซอกอยู่ตาม หน้าดินที่อุดมไปด้วยเศษซากอินทรีย์วัตถุ ทำให้ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเจริญเติบโตได้อย่างดี ไม่มีการขาดน้ำในหน้าแล้ง

สรุปแล้วต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ชอบชื้นแต่ไม่ชอบแฉะ จึงเป็นลักษณะเดียวกับพืชหลาย ๆ ชนิดที่ต้องการปริมาณน้ำมาก มีความชื้นในเครื่องปลูกสูง แต่ที่สำคัญเครื่องปลูกนั้นจะต้องระบายน้ำได้ดี ไม่อมน้ำไว้มากจนระบบรากแฉะ เมื่อระบบรากแฉะเนื่องจากมีปริมาณน้ำมากในเครื่องปลูก อากาศจึงไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปสัมผัสกับรากได้ รากจะขาดแก๊ซออกซิเจน ทำให้รากเน่า ต่อจากนั้นเชื้อรา จะเข้าทำลายระบบรากและลำต้น ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ก็จะมีลักษณะโคนเน่าถึงตายได้ ส่วนการที่จะรดน้ำบ่อยแค่ไหนถึงอยู่กับชนิดของเครื่องปลูก และสภาพแวดล้อมแต่ละวัน

การพิจารณาว่าการรดน้ำมากน้อยหรือบ่อยครั้งเพียงใดขึ้นอยู่กับ ปัจจัย 2 ประการคือ

  1. วัสดุที่ใช้เป็นเครื่องปลูกมีความอุ้มน้ำได้ มากน้อยเพียงได้ หากวัสดุอุ้ม น้ำได้มากก็รดน้ำให้น้อยลง
  2. ปริมาณของแสงแดด หากสถานที่เลี้ยงได้รับแสงมาก การรดน้ำต้อง มากขึ้น เพราะวัสดุปลูกจะแห้งเร็ว ถ้าหากมีแสงน้อยปริมาณน้ำที่รด ควรจะน้อยลง

น้ำที่ใช้รดควรเป็นน้ำฝน หรือ น้ำบาดาล ถ้าเป็นน้ำปะปาควรรอง ทิ้งให้คลอรีนระเหยหมดไปก่อน (ประมาณ 3 วัน) จึงจะนำมารดได้

การรดน้ำ

Image by poo

ความชื้น(Humidity)

               ความชื้นของบริเวณสถานที่ใช้ปลูกเลี้ยงต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ มีผลต่อการปลูกเลี้ยงต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เนื่องจากในธรรมชาติถิ่นที่อยู่ ของพืชกินแมลงจะอาศัยอยู่ตามที่ชื้นแฉะหรือเป็นหนองน้ำ ใกล้ๆ แหล่งน้ำ ในป่าทำให้สภาพแวดล้อมมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ สูง เมื่อเรานำมาปลูกเลี้ยงเราต้องรู้จักเลียนแบบธรรมชาติของมัน ให้ใกล้เคียงกับสภาพถิ่นที่อยู่เดิมของมัน ซึ่งส่วนใหญ่ความชื้นสัมพัทธ์นี้มีผลกับการเลี้ยงต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง (Nepenthes) หากได้รับความชื้น ไม่เพียงพอจะไม่สร้างหม้อ หรือหม้อจะฝ่อไม่เติบโต หรือหม้อจะ แคระเล็กนิดเดียว ฉะนั้นเพื่อให้พืชสามารถเจริญเติบโตได้ดี ความชื้นจะต้องไม่ต่ำกว่า 70%

หากสถานที่เพาะเลี้ยงมีความชื้นไม่เพียงพอ ควรจะหาวิธีกักเก็บหรือเพื่มความชื้นตามความเหมาะสมกับบ้านคุณนะครับ

Image Hosted by ImageShack.us

แสงแดด (Light)

             แสงแดดมีผลต่อการปลูกเลี้ยงต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงมาก หากได้รับแสงน้อย ต้นจะอ่อนแอเจริญเติบช้า ใบอ่อนนิ่มไม่แข็งแรง ทำให้หม้อมีสีซีดจางไม่เข้มตามสายพันธุ์ปกติ ทำให้วัสดุปลูกแห้งช้า ระบบรากเปียกแฉะเป็นเวลานาน พาลเกิดโรครากเน่าทำให้ตายได้ แสงแดดที่ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ได้รับมากน้อยตามแต่ละสายพันธุ์ เช่น N.ampullaria มักขึ้นอยู่ในป่าทึบ นั้นต้องการปริมาณแสงแดดน้อย แต่เมื่อเรานำมาปลูกเลี้ยงเราสามารถค่อย ๆ เพิ่มแสงแดดได้จนถึงแสงแดด 50% โดยใช้พลาสติซาแลนช่วยกรองแสง จะทำให้หม้อมีสีที่จัดขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเพิ่มปริมาณแสงแดดมากขึ้น ปริมาณความชื้นในอากาศรอบ ๆ จะต่ำลงมีผลให้ขนาดหม้อจะเล็กลง ฉะนั้นจึงมีผู้เลี้ยงบางคนใช้วิธีเลี้ยงต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงในร่มที่มีความชื้นสูงเสียก่อน เพื่อให้หม้อมีขนาดใหญ่ แล้วจึงค่อย ๆ ออกแดดเพื่อให้หม้อมีสีสันที่จัดขึ้น ซึ่งต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงส่วนใหญ่สามารถเลี้ยงได้ในสถานที่มีแสงแดดได้ถึง 100%

สำหรับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่เป็นต้นอ่อนหรือยังเล็กอยู่หรือไม้ปักชำ ควรจะค่อย ๆ ปรับการรับแสง ตั้งแต่น้อยๆ ไปจนถึง 50% - 100

Image Hosted by ImageShack.us

อุณหภูมิ (temperature)

             อุณหภูมินี้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ระดับความสูงในธรรมชาติของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ ฉะนั้นก่อนนำหรือซื้อต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุ์ใดมาเลี้ยง ควรจะศึกษาก่อนว่าต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุ์นั้นเป็นสายพันธุ์ที่เกิดอยู่ในระดับความสูงเท่าใด มีอุณภูมิอยู่ช่วงใด สามารถนำมาเลี้ยงในบ้านเราได้ไหม

โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งประเภทของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

  1. Lowland คือ กลุ่มที่กำเนิดในระดับความสูงต่ำกว่า 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลลงมา หรือมีอุณหภูมิตอนกลางวัน ตั้งแต่ 80-95 ํ F หรือ 27-35 ํ C และกลางคืน ตั้งแต่ 70-80 ํ F หรือ 21-27 ํ C
  2. Highland คือ กลุ่มที่กำเนิดในระดับความสูงมากกว่า 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลขึ้นไป หรือมีอุณหภูมิตอนกลางวัน ตั้งแต่ 70-85 ํ F หรือ 21-29 ํ C และกลางคืน ตั้งแต่ 50-65 ํ F หรือ 12-18 ํ C

Image Hosted by ImageShack.us

วัสดุปลูก

วัสดุปลูกก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเติบโต แต่ทุกสูตรก็จะเน้นวัสดุสำหรับปลูกเลี้ยงสำหรับ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ให้มีลักษณะโปร่ง สามารถระบายน้ำและเก็บความชื้นได้ดี และมีราคาถูก ซึ่งแต่ละคนจะใช้วัสดุปลูกแตกต่างกัน ตามแต่จะสามารถหาได้ง่าย ตามท้องถิ่น และตามสภาพแวดล้อมของแต่ละบ้าน

วัสดุที่นิยมใช้ปลูกต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ได้แก่

1.สแป็คนั่มมอส (Sphagnum Moss) เป็นวัสดุปลูกที่สามารถดูดซับน้ำ ไว้ได้มาก และระบายน้ำได้ดีเยี่ยม แต่มีราคาแพง สามารถใช้สำหรับปลูกต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่เป็นไม้ H/L หรือต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่หายาก ราคาแพง

2. พีทมอส (Peat Moss) วัสดุปลูกมีสภาพเป็นกรดอ่อน และไม่ผุพังเร็วสามารถอยู่ได้นาน ประมาณ 2 ปี ใช้แทนขุยมะพร้าว ข้อเสียคือเครื่องปลูกจะแฉะมาก ควรใช้ผสมน้อย ๆ แต่ยังมีนักปลูกเลี้ยงหลายท่านยังนิยมใช้เป็นวัสดุปลูก

3.เพอร์ไลท์ (Perlite) มีคุณสมบัติเหมือนทราย มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ ช่วยให้เครื่องปลูกโปร่ง และผิวที่ไม่เรียบช่วยให้รากจับยึดได้ดี

4.กาบมะพร้าวสับ (Pieces of Coconut) สามารถดูดซับน้ำ และความชื้นได้ดี โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี ก่อนนำไปใช้ควรแช่น้ำ ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ (แล้วมั่นเปลี่ยนน้ำบ่อย) เพื่อให้สารยับยั้งไม่ให้ต้นไม้ ออกรากออกมา (น้ำที่แช่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง)

5.ขุยมะพร้าว (Coconut Peat) สามารถดูดซับน้ำได้ดี ราคาถูก ใช้แทนพีทมอสได้ แต่ผุเร็วกว่า ก่อนใช้ควรแช่น้ำ และบีบน้ำออกให้มาดก่อนนำไปใช้

6.ทราย (Send) ช่วยทำให้วัสดุปลูกโปร่งขึ้น ควรเลือกใช้ทรายหยาบ ใช้แทน เพอร์ไลท์ (Perlite) ที่มีราคาแพงกว่า

7.วัสดุอื่น ๆ เวอร์มิคูไลท์ (vermiculite) แกลบสด ขี้เถ้าแกลบ ไฮโดรตรอน หินภูเขาไฟ (lava rock) เปลือกถั่ว ฯลฯ มักจะใส่เพื่อเพิ่มความโปร่งให้กับระบบราก

นำวัสดุที่มีอยู่นำมาผสมกัน ส่วนจะใช้อะไรมากน้อยเท่าไรก็แล้ว แต่สูตรของแต่ละท่านนะ แต่เน้นให้โปร่งระบายน้ำได้ดี

สำหรับสูตรของ Siam Exotica Plants ใช้ กาบมะพร้าวสับ 3 ส่วน สแป็คนั่มมอส 2 ส่วน พีทมอส 1 ส่วน แกลบสด 1 ส่วน ทราย 1 ส่วน ขี้เถ้าแกลบและหินภูเขาไฟนิดหน่อย เท่านี้ก็เลี้ยงได้งามสุด ๆ แล้วล่ะครับ

Image Hosted by ImageShack.us
เครื่องปลูกสำหรับต้นหม้อ

Image Hosted by ImageShack.us

ปุ๋ยและยา

                สำหรับปุ๋ยที่ใส่กับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง อันนี้แล้วแต่ความเชื่อคนแต่ละท่านล่ะครับ ว่าจำเป็นหรือไม่ ซึ่งบางคนมีความเชื่อว่าหากใส่ปุ๋ยกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงแล้วมันจะไม่ออกหม้อนั้น เท่าที่ผู้เขียน ประสบมาคิดว่าไม่จริงหรอกครับ แต่ปุ๋ยเคมีมีความเค็มสูงใส่มาก ตาย ครับ หากคิดจะใช้น่าจะเป็นปุ๋ยละลายช้า เช่น ปุ๋ยเม็ดออสโมโคท สูตรเสมอ 3 เดือน ดีกว่าครับ ใส่ไม่ต้องมากกระถางขนาด 4 นิ้ว ใส่สัก 10 เม็ดก็พอ

               สำหรับเรื่องยาที่อาจจำเป็นต้องใช้ก็เป็นยากำจัด ป้องกัน เชื้อรา ในกรณีที่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน อากาศมีความชื้นสูง ไม่มีแสงแดดจนเครื่องปลูกแฉะอย่างต่อเนื่อง หากเครื่องปลูกสามารถระบายน้ำได้ดี ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงก็จะงามขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แต่หากเครื่องปลูกไม่สามารถระบายน้ำได้ อันนี้น่าเป็นห่วงมาก (สังเกตได้ที่หน้าเครื่องปลูกมีลักษณะเปียกแฉะหรือมีน้ำขังอยู่) ควรจะนำกระถางนั้น หลบฝนหรือหาทางเปลี่ยนเครื่องปลูกซะหากทำได้ แล้วผสมยากำจัด ป้องกัน เชื้อราฉีดพ่นหรือรด (ในกรณีมีไม่มากต้น) เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน รวมทั้งต้นอื่นๆ ที่เราเห็นว่ามันยังออกใบได้อย่างงดงาม ควรฉีดพ่อยาป้องกันด้วย

              สำหรับยาฆ่าแมลงนั้นก็มีความจำเป็นเช่นกัน อย่าคิดว่าต้นไม้กินแมลงจะกินแมลงได้อย่างเดียวนะครับ เพราะยังมีหนอนและแมลงอีกหลายชนิดที่ชอบกัดกินใบและยอดของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง แม้กระทั่งตัว หม้อเองยังถูกกัดกินได้ เช่น ตั๊กแตน หนอนผีเสื้อต่าง ๆ เพลี้ยงแป้งที่มดคาบนำไปปล่อยไว้ตามซอกเนื้อเยื่อ อ่อน ๆ ของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เพลี้ยงไฟ ไรแดง ฯลฯ ซึ่งเมื่อเราพบเห็นการเข้าทำลาย เราควรฉีดพ่น ยาฆ่าแมลงอยู่เสมอ หรือหากไม่มีเวลาก็ผสมร่วมกับยากำจัด ป้องกัน เชื้อรา ฉีดไปพร้อม ๆ กัน ข้อสำคัญจะต้องฉีดให้หมดถังที่ผสมไว้ ไม่ควรเก็บไว้ฉีดภายหลังอีก

 

 

 เซื้อราบนใบ

ภาพร่องรอยการทำลายของเชื้อราบนใบของต้นหม้อ

เซื้อราใต้ใบ

ภาพร่องรอยการทำลายของเชื้อราใต้ใบของต้นหม้อ

หม้อถูกกัด

นี่คือภัยที่แสนเจ็บปวดของ หม้อที่ได้ชื่อว่า "กับดักแมลง"  แต่ไหงโดนกินซะเองล่ะ!!!  แง  แง  แง !!!

Go  to  Top 

       

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) รู้จักกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(Nepenthes) มาดูภายในหม้อข้าวหม้อแกงลิง(In Pitcher of Nepenthes) ปัจจัยการเจริญเติบโตของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(How to Grow of Nepenthes) ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง สายพันธุ์แท้ (Nepenthes Species)

การขยายพันธุ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง การปักชำ(Cutting) การเพาะเมล็ด(Seeding)  การผสมเกสร     การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ(Tissue Culture) การการปลูกหม้อแบบล้างราก ข้อผิดผลาดจากการเลี้ยงหม้อ
   

 


                      

Side Menu


Shopping

Name : Platycerium Dawboy [PDAW02]
Details : This is Platycerium New Hybrid name "Dawboy" between P.madagascar x P.alcicorne 'Vassei'  size 6" pot
Normal price : 65.00
Special price : 45.00

Name : Platycerium Horn\'s Surprise Medium [PHOS002]
Details : It is Platycerium Hybrids between P.madagascariense x P.alcicorne. It growing by pup size 6" pot

Normal price : 45.00
Special price : 35.00

Name : Platycerium Elemaria Medium [PELM002]
Details : It is Platycerium Hybrids between P.elephantotis x P.stemmaria. It growing by spore size 6" pot

Normal price : 45.00
Special price : 35.00

Name : Platycerium Mt. Kitshakood [PMKK002]
Details : It is new hybrids between P.coronarium x  P.ridleyi   growing by spore size 6" pot
Normal price : 95.00
Special price : 75.00

Side Page

 สถิติวันนี้ 138 คน
 สถิติเมื่อวาน 191 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
6600 คน
92078 คน
255131 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-12

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน

Copyright (c) 2006 by Siam Exotica Plants