Siam Exotica Plants

                                                         
                 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      Home<< Site Map << How to Grow Orchid << Class  Orchid >> Genus

การจำแนกกล้วยไม้

            เนื่องจากกล้วยไม้มีลักษณะเฉพาะตัวเป็นอย่างน้อย จนทำให้เป็นที่รู้จักได้ง่ายในระดับวงศ์ (Family) แต่มีการวิวัฒนาการไปหลายทิศทาง ทำให้มีความหลากหลายภายในวงศ์สูง จำนวนสกุลและชนิดมีมากมาย และมีการจัดจำแนกได้หลายระบบ

1. จำแนกตามที่พบในธรรมชาติ     โดยในธรรมชาติอาจจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กล้วยไม้อิงอาศัย (Epiphytic Orchid) กับ กล้วยไม้ดิน (Terrestrial Orchid)  

       กล้วยไม้อิงอาศัย มีจำนวนมากมักจะพบเห็นได้ค่อนข้างมากและทั่วๆ ไป กล้วยไม้ประเภทนี้ใช้รากยึดเกาะกับเปลือกไม้ โดยไม่ได้ทำการเบียดเบียนอาหารจากต้นไม้ หลายชนิดสามารถเติบโตได้บนโขดหินหรือหน้าผาได้ด้วย

       กล้วยไม้ดิน เป็นกลุ่มที่ขึ้นตามพื้นดินหรือซอกหินที่มีซากพืชที่สลายตัวผุพังแทรกอยู่ โดยมากพวกกล้วยไม้ดินมักจะมีการเจริญเติบโตเป็นฤดูกาลและอาจจะมีหัวเทียม(Pseudobulb) หรือเหง้า (Rhizome) หรือส่วนที่สะสมอาหารใต้ดิน ซึ่งอาจจะเป็นส่วนของต้นหรือราก มีช่วงของการมีใบ ดอก และฝัก เฉพาะฤดูกาลเท่านั้น จัดเป็นพวกไม้ล้มลุกหลายฤดูกาล ดังนั้นจึงพบเห็นได้น้อยกว่าพวกเจริญเติบโตอิงอาศัย นอกจากนี้เจริญเติบโตที่พบตามพื้นดินยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีการสร้างใบหรือต้นที่มีสีเขียว ไม่สามารถสร้างอาหารจากการสังเคราะห์แสง แต่ได้อาหารจากการย่อยสลายซากพืช เรียกว่า กล้วยไม้กินซาก (Saprophytic Orchid) พบได้ตามป่าดิบชื้นเป็นครั้งคราว

Image by: หนังสือกล้วยไม้เมืองไทย ของสำนักพิมพ์บ้านและสวน

 

2. การจำแนกตามลักษณะการเจริญเติบโต   กล้วยไม้พบได้ในถิ่นอาศัยแบบต่างๆ ตั้งแต่บริเวณที่มีน้ำแข็งปกคลุมเกือบตลอดปีไปจนถึงเขตร้อนในป่าทุกประเภท ในเขตหนาวและเขตอบอุ่นมักจะพบกล้วยไม้ประเภทที่ขึ้นตามพื้นดินที่มีการเจริญเติบโตให้เห็นเฉพาะฤดูกาล แต่ในเขตร้อนจะพบกล้วยไม้ที่ดำรงชีวิตอยู่หลากหลายรูปแบบตั้งแต่กล้วยไม้ดิน กล้วยไม้อิงอาศัย และกล้วยไม้ที่เจริญเติบโตอาศัยซากอินทรียวัตถุ โดยทั่วไปกล้วยไม้มีการเติบโตเหมือนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวคือ ไม่มีการขยายเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นที่โตเต็มวัยได้อีก แต่อาจมีการยืดบริเวณโคนป้องให้ต้นสูงขึ้นได้ ต้นกล้วยไม้จึงมีการเติบโตได้ 2 ลักษณะคือ

      2.1 การเติบโตแบบฐานร่วม หรือ แบบแตกกอ (Sympodium) ซึ่งกล้วยไม้ส่วนใหญ่มีการเติบโตแบบแตกกอ โดยยอดแต่ละยอดมีความสูงที่จำกัด ยอดเกิดใหม่เกิดจากตาที่ข้างส่วนใดส่วนหนึ่งของยอดเก่า เช่น รองเท้านารี หวาย แคทลียา ออนซิเดียม

      2.2 การเติบโตแบบฐานเดี่ยว หรือยอดเดี่ยว (Monopodium) โดยที่แต่ละยอดจะสามารถเติบโตด้านความสูงอย่างไม่จำกัด แต่เมื่อมีการเติบโตได้ช่วงหนึ่ง อาจมีหน่อใหม่เกิดขึ้นที่บริเวณโคนต้น และจะมีช่อดอกเกิดจากตาข้างบริเวณลำต้นเท่านั้น เช่น แวนด้า เข็ม ฟาแลนนอปซิส

แบบแตกกอ (Sympodium)

แบบยอดเดี่ยว (Monopodium)

3. การจำแนกกล้วยไม้ทางวิชาการ เนื่องจากพืชวงศ์กล้วยไม้มีความหลากหลายและมีจำนวนชนิดมาก ได้มีนักพฤกษศาสตร์หลายท่านจำแนกวงศ์กล้วยไม้ออกเป็นวงศ์ย่อย (Subfamily) ในระบบต่างๆ กัน ตามระบบของ R.L.Dressler (1981 – 1990) ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น 6 วงศ์ย่อย

        3.1 Apostasioideae (อะโพสตาสิออยดิอี) กล้วยไม้วงศ์ย่อยนี้เป็นพวกกล้วยไม้ดิน มีลักษณะค่อนข้างต่างจากกล้วยไม้อื่นๆ คือ ทั้งกลีบเลี้ยงและกลีบดอกคล้ายกัน ไม่มีกลีบปากที่แตกต่างจากกลีบอื่น เกสรเพศผู้มีจำนวน 3 หรือ 2 อัน เรณูเป็นผง นอกจากนี้ยอดเกสรเพศเมียมีก้านชูและภายรังไข่ยังแยกเป็น 3 ช่อง ซึ่งต่างจากวงศ์ย่อยอื่นๆ ที่มีเกสรเพศผู้ 1-2 อัน และภายในรังไข่มี 1 ช่อง

        3.2 Cypripedioideae (คิพรีพีดิออยดิอี) ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้ดิน ได้แก่ กล้วยไม้พวกรองเท้านารี มีลักษณะเด่นคือ กลีบเลี้ยงด้านข้างเชื่อมติดกันเป็นอันเดียว กลีบปากเป็นถุงคล้ายหัวรองเท้าสตรี และมีเกสรเพศผู้ 2 อัน ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม่ดินที่มีอายุนานหลายปี และไม่ทิ้งใบ

         3.3 Neottioideae (นีออททิออยดิอี) ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้ดิน มีเหง้าทอดไปตามผิวดินหรือใต้ดิน หรือมีรากสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน ใบบาง เกสรเพศผู้มี 1 อัน ผนังฝาปิดอับเรณูไม่หลุดร่วง กลุ่มละอองเรณูประกอบด้วยกลุ่มละอองเรณูย่อยจับเป็นก้อนมีลักษณะอ่อน ยึดติดกับแผ่นเยื่อเหนียวๆ และจะงอยของยอดเกสรเพศเมียมักจะยืดตัวยาว

         3.4 Orchidioideae (ออร์คิดอยดิอี) มีลักษณะใกล้เคียงกับวงศ์ย่อย Neottioideae แต่กลุ่มละอองเรณูมีก้านไปยึดติดกับแผ่นเยื่อบางๆ ส่วนปลายของจะงอยยอดเกสรเพศเมีย มักจะยึดตัวอยู่ระหว่างอับเรณู

          3.5 Epidendroideae (เอพิเดนดรอยดิอี) เป็นกลุ่มกล้วยไม้ที่มีลักษณะของต้นและใบหลากหลายแบบ มีเกสรเพศผู้ 1 อัน อับเรณูส่วนบนจะแยกออกเป็นฝาปิด และร่วงหลุดไปเมื่อเจริญเต็มที่ ละอองเรณูจับเป็นก้อนแน่น แต่ไม่แข็ง ส่าวนใหญ่กลุ่มละอองเรณูไม่มีก้าน กล้วยไม้ในวงศ์ย่อยนี้มีทั้งกล้วยไม้อิงอาศัยและกล้วยไม้ดิน

         3.6 Vandoideae (แวนดอยดิอี) เป็นกลุ่มที่มีลักษณะต้น ใบ และจำนวนเกสรเพศผู้คล้ายวงศ์ Epidendroideae แต่กลุ่มละอองเรณูค่อนข้างเหนียวหรือแข็ง อยู่เป็นชุดกลุ่มละอองเรณู มีก้านและมีแป้นยึดก้าน ส่วนใหญ่เป็นกล้วยอิงอาศัยมากกว่าที่เป็น กล้วยไม้ดิน

 
 

Go  to  Top 

      Home<< Site Map << How to Grow Orchid << Class  Orchid >> Genus

       

             

Side Menu


Shopping

Name : Huperzia goebelii [H-GOEB]
Details : Huperzia goebelii Blue Form size 6" pot and It long more than 50 cm.

Normal price : 30.00
Special price : 23.00

Name : Platycerium Mt. Kitshakood Extra Lagre [PMKK004]
Details : It is new hybrids between P.coronarium x  P.ridleyi   growing by spore size 20" pot
Normal price : 195.00
Special price : 185.00

Name : Platycerium coronarium Philippinse Dwarf [PCORP-D-SP]
Details : This is fresh the spore of Platycerium coronarium var. Philippinse "Dwarf" form
quantity  3,000 - 5,000 spore/pack
Normal price : 20.00
Special price : 15.00

Name : Platycerium grande Extra Large [PGRA004]
Details : It is growing by spore size 20" pot.
Normal price : 160.00
Special price : 160.00

Side Page

 สถิติวันนี้ 276 คน
 สถิติเมื่อวาน 236 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
7022 คน
140674 คน
634517 คน
เริ่มเมื่อ 2012-10-12

อัตราแลกเปลี่ยนเงิน

 

 

Copyright (c) 2006 by Siam Exotica Plants